สถานีรถไฟปาดังเบซาร์อยู่ในดินแดนของมาเลเซียตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
มีภาษาไทยเขียนเป็นชื่อสถานีด้วยก็ไม่ได้หมายความว่าดินแดนส่วนนั้นเป็นของไทย
ไม่งั้นโรงพยาบาลแถวบ้านผมต้องตกเป็นของพม่า
เพราะเกือบทุกห้องทุกแผนกแม้แต่ห้องน้ำมีภาษาพม่ากำกับเกือบหมด
ดังนั้นทำความเข้าใจใหม่ว่าเรื่องนี้ไม่มีใครทำเสียดินแดนอะไรทั้งนั้น
เลขที่ฎีกา 3854/2525
http://www.lawreform.go.th/lawreform/images/th/jud/th/thsc/2500/cd_11134.pdfสถานีรถไฟปาดังเบซาร์อยู่ในประเทศมาเลเซียห่างเขตแดนประเทศไทย 500 เมตร
ภายในสถานีมีที่ทำการด่านศุลกากรของไทยและมาเลเซียเมื่อนายตรวจศุลกากรประจำด่านของไทย
ยึดเห็ดหอมซึ่งเป็นสินค้าต่างประเทศไม่ปรากฏเจ้าของมาเพื่อเก็บในด่านศุลกากร
ขณะรอคนเปิดประตูห้องอยู่นั้น จำเลยเข้ามาแสดงตัวเป็นเจ้าของขอคืน
แต่ไม่ได้คืนจึงเกิดการทำร้ายกันขึ้น เช่นนี้ เมื่อเป็นความผิดตามกฎหมายภาษีศุลกากรกับความผิดซึ่งเกี่ยวเนื่องกันคือต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน
และเอาของกลางไป ศาลไทยมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้
การที่จำเลยนำเห็ดหอมไปวางไว้ในที่พักพนักงานตรวจรถไป ซึ่งอยู่ติดกับสถานีรถไฟปาดังเบธาร์ และห่างเขตแดนไทยถึงห้าร้อยเมตร
ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยนำสินค้าต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร ฯลฯ
แม้เพียงชั้นพยายามกระทำผิด การที่จำเลยไปนำเห็ดหอมกลับคืนจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 142
ส่วนศาลเจ้าฮกเต็กแป๊ะกง ถือว่าอยู่ในดินแดนของไทยแล้ว ในการเจรจาปักปันเขตแดน
มีการทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนพื้นที่ที่มีปัญหาการรุกล้ำเขตแดนในขนาดเท่าๆกัน
(2,144 ตร.ม. = 1.34 ไร่)
http://www.dur.ac.uk/resources/ibru/conferences/thailand/malaysia.pdf (หน้า 27-28)